2007/Aug/16

ปัจจุบันการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทนั้นมีปัจจัยจากหลายสาเหตูแตสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลต่อการแข็งค่าขึ้นเรื่อยๆของเงินบาทนั้นก็คืออัตราแลกเปลี่ยนที่แตกต่างกันของสองตลาดคือตลาดออนชอร์และตลาดออฟชอร์

ตลาดออนชอร์(ตลาดแลกเปลี่ยนในประเทศ) 1 ดอลลาร์ แลกเงินไทยได้ 33.37 บาท

ตลาดออฟชอร์(ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราในต่างประเทศ) 1 ดอลลาร์ แลกเงินไทยได้ 30.15 บาท

ถ้าคิดแบบชาวบ้านเลยคือถ้าสมมุติเรามีเงิน 100 ดอลลาร์ ก็เอามาแลกเงินไทยในตลาดออนชอร์ แล้วก็เอาไปแลกเป็นดอลลาร์ในตลาดออฟชอร์เราก็มีกำไรแล้ว

ซึ่งในภาวะเช่นนี้ทำให้อุปสงค์ของเงินบาทในตลาดออนชอร์เพิ่มมากขึ้นย่อมส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งขึ้นด้วยและเมื่อค่าเงินในตลาดออนชอร์แข็งขึ้นในระดับใกล้เคียงกับตลาดออฟชอร์การเก็งกำไรก็จะหายไปโดยอัตโนมัติแต่จะมีผลกระทบกับพ่อค้าส่งออกมาก

เพื่อเป็นการอุมพ่อค้าส่งออก จึงควรนำมาตราการการสำรอง30%เข้ามาใช้เพื่อเป็นการชะลอการแข็งค่าของเงินบาทเนื่องจากเมื่อใช้มาตราการดังกล่าวแล้วการที่จะเก็งกำไรโดยวิธีข้างต้นนั้นก็ทำได้ยากขึ้นเนื่องจากมีต้นทุนที่สูงขึ้นในการแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์เป็นเงินบาท

คือ เงิน 100 ดอลลาร์สามารถแลกเป็นเงินบาทและนำออกนอกประเทศได้แค่ 70 ดอลลาร์อีก 30 ดอลลาร์ต้องสำรองไว้ในประเทศดังนั้นจึงทำให้นักลงทุนหันไปหาชื้อเงินบาทที่ตลาดออฟชอร์แทนเนื่องจากมีต้นทุนต่ำกว่า

แต่จะเกิดปัญหาความแตกต่างของอัตราแลกเปลี่ยนของทั้งสองตลาดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากตลาดออฟชอร์มีอุปสงค์เงินบาทเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแต่ปริมาณเงินบาทในตลาดออฟชอร์กลับลดลงเรื่อยๆทำให้ค่าเงินบาทในตลาดออฟชอร์แข็งขึ้นเรื่อยๆ

และในด้านตลาดออนชอร์นั้นจะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนมากกว่านี้คงทำได้ยากหากพิจารณาจากปัจจัยภายนอกแล้วจะเห็นได้ว่าสามารถทำได้ดีที่สุดคือทำให้ค่าเงินบาทในตลาดออนชอร์ไม่แข็งค่ามากกว่านี้ได้แต่คงไม่นานแต่จะทำให้อ่อนกว่านี้นั้นทำได้ยากถึงแม้ว่าจะใช้มาตราการสำรอง30%แต่ว่าแรงที่มาจากภายนอกนั้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนจะไม่สามารถต้านทานไว้ได้นั้นจะทำให้ค่าเงินบาทไม่สามรถควบคุมได้

ถ้ามองภาพรวมแล้วส่วนตัวผมเห็นว่าควรให้มีการยกเลิกมาตราการการสำรอง30%และปล่อยให้กลไกตลาดเป็นตัวแก้ปัญหาค่าเงินบาทในสองตลาดนั้นเองและเมื่อถึงจุดดุลยภาพของทั้งสองตลาดปัญหาการเก็งกำไรก็จะหายไปเองโดยอัตโนมัติส่วนปัญหาที่กระทบพ่อค้าส่งออกนั้นผมมองว่าถึงแม้ว่าจะใช้มาตราการสำรอง30%ก็ไม่ช่วยได้มากเท่าไหร่แต่จะยิ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายมากขึ้นอีกคือหากตลาดออฟชอร์ค่าเงินบาทแข็งขึ้นก็จะส่งผลทำให้เกิดภาพลบต่อการส่งออกของไทยด้วยดังนั้นการที่ทำให้เงินไหลเข้าไหลออกง่ายขึ้นนั้นจะทำให้อัตราแลกเปลี่ยนในทั้งสองตลาดไม่แตกต่างกันมากจะทำให้ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนที่รุนแรงมากทำให้สามารถปรับตัวได้ง่าย


edit @ 2007/08/27 13:54:32

Comment

Comment:

Tweet


คุณบ่าย-ดึก จ้า
เราก็เห็นด้วยกับนโยบายที่คุณว่ามานะ แต่ไทยเรายังทำไม่ได้หรอกเพราะว่า เรามีหนีสาธารณะและส่วนบุคลลมากเกินไป
คิดลองคิดดูนะว่า ณ ปัจจุบัน ทุกคนเป็นหนี ทั้ง ซื้อ บ้าน ซื้อรถ หนีบัตรอีกมากมาย
แล้วอยู่ๆ วันนี้มีคนมาบอกให้คุณอยู่แบบพอเพียง คุณจะอยู่ได้มั้ย
เราคิดว่าก่อนที่จะใช้นโยบายอะไรควรก่อนแก้ไขสิ่งที่เป็นอยู่ก่อนแล้วค่อยกำหนดจะดีกว่าเพราะ ถึงกำหนดมาก็ไม่มีใครทำได้ เวลามันเร็ว แปบๆก็สิ้นเดือนแล้ว
โอ๊ย ยาวไปแล้ว เราไม่ได้จะขัดอะไรนะ แต่เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันดีมั้ย
ลืมไป ยินดีที่ได้รู้จักจ้า บาย
#3 by k-lin-co At 2007-08-23 10:54,
ตอบคุณเหมียวเหมียว
ต้องขอโทษนะครับที่ตอบช้าไป
ปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งตัวมากขื้นนั้นมีหลายอย่างด้วยกันแต่โดยส่วนตัวผมแล้วผมมองว่าการที่เศรษฐกิจบ้านเรามีพื้นฐานที่ดีขึ้นดีขึ้นอย่างไรนั้นสังเกตุจากนโยบายเศรษฐกิจที่นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้นั้นเป็นการที่ส่งสัญญาณว่าในอนาคตนั้นการนำเข้าของคนไทยจะลดลงไม่ว่าในระดับครัวเรือนก็มีการลดรายจ่ายลงระดับประเทศก็ย่อมต้องลดลงแน่นอนแต่กลับกันอัตราการผลิตเพื่อส่งออกนั้นจะเพิ่มขึ้นในอนาคตทำให้เรานั้นมีรากฐานที่แข็งแรงมากขึ้นแต่ในขณะที่เศรษฐกิจบ้านเรามีแนวโน้มดีขึ้นนั้นเศรษฐกิจต่างประเทศกลับสวนทางกันกับบ้านเราทำให้เงินบาทของเรานั้นจึงแข็งค่าขึ้น
เพื่อความเข้าใจง่ายให้คุณลองนึกภาพบันไดเลื่อนที่ทางขึ้นกับทางลงติดกันเมื่อเราเป็นขาขึ้นเราจะเห็นว่าอีกฝั่งนั้นลงต่ำเรื่อย
#2 by econ single At 2007-08-23 02:44,
เป็นคนที่พยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็นทางเศรษฐศาสตร์ แต่ก็ไม่สำเร็จเสียที

แล้วมีปัจจัยหลักๆ อะไรบ้างที่ส่งผลให้ค่าเงินบาท (ไม่ว่าจะ off-shore หรือ on-shore) แข็งตัวขึ้นมากๆ ในช่วงเกือบปีมานี้อ่ะคะ?

การเก็งกำไรในตลาดออนชอร์กับออฟชอร์นี่มีผลมากหรือเปล่า และตอนนี้การส่งออก - การนำเข้า ของบ้านเราได้รับผลกระทบอย่างไรแล้วบ้าง?

โผล่มาก็ถามๆๆ (55) แต่อยากจะเข้าใจเรื่องแบบนี้กับเขาบ้าง และไม่รู้จะไปหาอ่านแบบที่เข้าใจง่ายๆ ได้จากที่ไหน
#1 by เหมียวเหมียว At 2007-08-16 09:23,